โปรแกรมทัวร์อุบล อุบล - ขัวน้อยบ้านชีทวน - โขงเจียม 3 วัน 2 คืน (LOVELY UBON 3 DAYS)

 

เที่ยวอุบลแบบ 3 วันเต็ม เก็บไฮไลต์ครบหมด ได้ออกแบบไว้ 2-3 สไตล์ เส้นทางนี้เป็นแบบที่ 2 ที่โดดเด่น ด้วยการผสมผสานการเที่ยวตัวเมือง และโขงเจียมไว้ครบครัน พานอนโขงเจียมกินบรรยากาศ 1 คืน และตัวเมือง 1 คืน


1 วันแรกของทริป - บ้านปะอาว - วัดพระธาตุหนองบัว - วัดทุ่งศรีวิไล - ขัวน้อยบ้านชีทวน

วันแรก ตอนเช้า รับท่านที่สนามบิน นานาชาติอุบลราชธานี หรือที่อื่นๆ ตามกำหนด จากนั้นพาท่านไปรับประทานอาหารเช้าหรือกลางวัน ร้านส้มตำแนะนำ (ร้านวังแก้ว /ส้มตำพรทิพย์/ส้มตำท.บ/สามชัยไก่ย่าง/ครัวจักรพรรดิ์)

(ปล. หากมาถึงเช้าตรู่ หรือรับเช้าตรู่ได้ ช่วงเช้า แนะนำ 8.00 น. ร่วมถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ ณ วัดหนองป่าพง นมัสสการพระอัฐิหลวงพ่อชา สุภัทโท วัดที่หลวงปู่ชา ก่อสร้างขึ้นเพื่อปฏิบัติภาวนาอบรมจิตใจ เพื่อการดับทุกข์โดยแท้จริง ตามหลักคำสอนขององค์พระสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยหลวงปู่ได้เน้น ให้มีข้อวัตร และความเป็นอยู่แบบเรียบง่าย อยู่ในป่า และใกล้ชิดธรรมชาติ ตลอดชีวิตขององค์หลวงปู่ชา เน้นการปฏิบัติให้ดูเพื่อเป็นตัวอย่างแก่ลูกศิษย์ พระ เณร และ ฆราวาส

พาชม หมู่บ้านทอผ้าและกลุ่มหล่อเครื่องทองเหลือง “บ้านปะอาว” ไปเยี่ยมชมหมู่บ้านที่ผลิตผ้าไหม และผ้ากาบบัวผ้าพื้นเมืองของชาวอุบลราชธานี สมัยก่อนผ้านี้ผลิตไว้ใช้ในครัวเรือนเท่านั้น ปัจจุบันมีการพัฒนาตามยุคตามสมัย ที่มีคุณภาพและสวยงามมากขึ้น และไปชมการผลิตเครื่องทองเหลืองซึ่งเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างมาก ซึ่งเครื่องทองเหลืองของที่นี่ผลิตด้วยมือทั้งหมด ทั้งปั้น นำไปเผา และลวดลาย

จากนั้นชม “วัดพระธาตุหนองบัว” เป็นวัดนิกายธรรมยุต เพื่อเยี่ยมชมความงามพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์นั้น ได้จำลองแบบมาจากเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย และกราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุในเจดีย์นี้ รอบองค์พระธาตุเป็นกำแพงแก้ว 4 มุม ประดิษฐานพระเจดีย์ขนาดเล็ก 4 องค์ ภายในองค์พระธาตุมีทางเข้า 4 ด้าน

จากนั้นไปกราบสักการะ “วัดทุ่งศรีวิไล” ไปกราบไหว้พระพุทธวิเศษ เป็นพระพุทธรูปสลักจากศิลาแลง ปางสมาธินาคปรก มีอายุมากกกว่า 1,000 ปี เป็นพระพุทธคู่บ้านชีทวนเลยก็ว่าได้ เชื่อกันว่า สมัยกรมหลวงสรรพสิทธิ์ ได้หม่อมเจียงคำเป็นชายา ได้มาอธิฐานขอบุตรและได้ตามใจหวังหลังจากที่ได้อธิษฐานขอไว้ และภายในวิหารมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อีก 2 องค์คือ องค์ขวาคือพระร่วงโรจนฤทธิ์ และองค์ซ้ายคือหลวงพ่อชัยสิทธิ์
ร้านกาแฟมานาเด้อ

และไปเที่ยว “วัดธาตุสวนตาล” ซึ่งพระธาตุสวนตาลเป็นสถูปหรือเจดีย์ประธานของวัด ก่อด้วยอิฐ ฉาบด้วยพระทาย พระทายคือ การนำหินมาบดหรือตำให้ละเอียดผสมกับน้ำอ้อย ยางบง หนังควายแห้งเผาไฟแล้วตำ ผสมกันในหลุมดินแล้วตำให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน คุณภาพและความเหนียวคล้ายกับปูนซีเมนต์ เป็นรูปทรงเลียนแบบพระธาตุพนม ฐานกว้าง 30 ฟุต สูง 60 ฟุต คาดว่าก่อสร้างราว พ.ศ.2245-2255 และมีเรื่องน่าอัศจรรย์คือ องค์พระธาตุสวนตาลล้มลงในวันอาสาฬหบูชา ค่ำวันที่ 23 กรกฎาคม 2518 เป็นช่วงก่อนที่พระธาตุพนมจะล้มลงเช่นกันห่างกันเพียง 18 วันเท่านั้น

ตอนเย็น บรรยากาศดี เดินทางไปชม “ขัวน้อยบ้านชีทวน” ไปชมสะพานเชื่อมต่อระหว่างชุมชนบ้านหนองแคนกับบ้านชีทวน เดิมเป็นคันดินผ่านที่นา ชาวบ้านช่วยกันนำไม้ที่เหลือจากเผาศพนำมาสร้างสะพานเพื่อให้เดินทางได้ง่ายขึ้น แล้วก็จัดผ้าป่าเพื่อนำเงินมาสร้างสะพานคอนกรีตแห่งนี้ สะพานนี้เกิดขึ้นจากความรักและสามัคคีของชาวบ้านนี้เอง

ขากลับ แวะกินกาแฟมานาเด้อ ริมทุ่งนา บรรยากาศดีๆ

ตอนเย็น พาท่านรับประทานอาหารเย็น ณ บ้านจันทน์หอม บ้านวัฒนธรรม บรรยากาศดี และอาหารพื้นเมือง และนำส่งท่าน ณ โรงแรมที่พัก และส่งท่าน ณ โรงแรมที่พัก

ปล. หากเป็นช่วงแห่เทียนเข้าพรรษา เดือนกรกฎาคม ท่านสามารถเข้าชมขบวนแห่เทียนเข้าพรรษา ณ บริเวณทุ่งศรีเมือง ได้ตลอดทั้งวัน



2 - วันที่ 2 - แก่งสะพือ - โขงเจียม - แม่น้ำสองสี - วัดภูพร้าว

รับประทานอาหารเช้า ที่ปากหม้อร้านโรบอท หรือ ร้านสามชัยกาแฟ หรือ ก๋วยจั๊บโอชารส หรือร้านอื่นๆ ตามที่ท่านชอบ เราแนะนำให้ตามต้องการ

จากนั้น เดินทางไป อ.พิบูลมังสาหารไหว้พระที่ “วัดสระแก้ว”ไปกราบไหว้ “พระพือ” สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอพิบูลมังสาหาร ตามตำนานเล่าว่า ทั้งคนและสัตว์ต่างกลัวสระน้ำแห่งนี้มาก เพราะเชื่อว่าเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากบางครั้งจะพบเห็นแสงคล้ายลูกแก้วลอยขึ้นจากสระน้ำพุ่งไปทางทิศตะวันตกเป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร แล้วตกลงบริเวณภูเขาที่ปัจจุบันเรียกว่าภูเขาแก้ว บางครั้งก็มีแสงลูกแก้วลอยจากภูเขาแก้วมาตกลงบริเวณสระน้ำ จึงเรียกว่า สระแก้ว เมื่อสร้างวัดขึ้นที่ภูเขาจึงตั้งชื่อว่าวัดภูเขาแก้ว และ เมื่อสร้างวัดขึ้นบริเวณใกล้กับสระน้ำดังกล่าว จึงตั้งชื่อว่า วัดสระแก้ว

เดินทางไปยัง “แก่งสะพือ” แก่งที่เต็มไปด้วยหินขนาดใหญ่ขนาดน้อยสลับกัน มีลักษณะเขื่อนขวางกันแม่น้ำมูล เมื่อกระแสน้ำไหลผ่านกระทบหินเกิดเป็นฟองขาวมีเสียงน้ำตกดังตลาดเวลา ปัจจุบันเป็นแหล่งขายของฝากมากมาย แวะชิมซาลาเปาเจ้าดั้งเดิมที่ริมสะพานพิบูล

ชม “หมู่บ้านทำฆ้องบ้านทรายมูล” เป็นหมู่บ้านที่ทำฆ้องขายเป็นอาชีพ โดยนำแผ่นทองเหลือง มาประดิษฐ์เป็นฆ้องตูม (จูม) เดียว และมีความทนทานให้งานได้นานกว่าฆ้องพม่า ฆ้องที่นี่เป็นที่ต้องการของตลาดในประเทศไทยและส่งขายทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ลาว พม่า กัมพูชา สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส อังกฤษ เนเธอแลนด์ และรัสเซีย

ไหว้พระที่ “วัดถ้ำคูหาสวรรค์” สักการะสรีระหลวงปู่คำคนิง จุลมณี ชมฆ้องที่ใหญ่ที่สุดในโลก ออกเดินทางไปโขงเจียม และรับประทานอาหารเที่ยงที่นั่น

ไปชม “แม่น้ำ 2 สี” ที่ วัดโขงเจียม เป็นปรากฏการของแม่น้ำสองสายที่ไหลมาบรรจบกัน เกิดการเปรียบต่างสีน้ำของแม่น้ำ ทั้งสองสาย คือ แม่น้ำมูลที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหน้าน้ำหลากจะเห็นแม่น้ำทั้งสองสายที่ไหลมาบรรจบกันเป็นสองสีอยู่คนฝากฝั่ง อย่างชัดเจน ผู้คนพากันเรียกว่า “โขงสีปูน มูลสีคราม”

แวะร้านกาแฟ “ความทรงจำ” ร้านท้องถิ่นน่ารักๆ

ตอนเย็นเดินทางมา “วัดภูพร้าว” ชมพระอาทิตย์ตกดินที่วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว ชมต้นไม้เรืองแสง วัดนี้มีจุดชมวิวเป็นวิวลำน้ำโขง และบริเวณด้านหลังพระอุโบสถเป็นจุดชม วิวทิวทัศน์ของฝั่งประเทศลาวและมองเห็นด่านสากลช่องเม็กอย่างสวยงามรวมทั้งอ่างเก็บน้ำที่อยู่บริเวณเชิงเขาคล้ายกับทะเลสาป โดยเฉพาะในช่วงพระอาทิตย์ตกดินเราเราจะได้เห็นพระอาทิตย์ดวงโตซึ่งเป็นบรรยากาศที่สวยงามมาก และชมต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสงในช่วงค่ำ

ตอนเย็น ค้างคืนโรงแรมริมน้ำโขง ที่อำเภอโขงเจียม

3 - วันที่ 3 - พัทยาน้อย - วัดภูหล่น - วัดทุ่งศรีเมือง - วัดมหาวนาราม 

ออกเดินทางจากโขงเจียม ชม "พัทยาน้อย" และ “วัดภูหล่น” วัดที่หลวงปู่เสาร์ ได้สร้างไว้ เป็นเกาะกลางน้ำมูล ที่บรรยากาศเงียบสงบ กราบพระอัฐิธาตุหลวงปู่เสาร์ อาจารย์แห่งอาจารย์กรรมฐาน และพระยานาคราชริมปากแม่น้ำ

เดินทางถึงอุบลราชธานี ตอนเที่ยง รับประทานอาหารเที่ยงที่ ร้านกกขาม หรือร้านลาบเป็ดกอแก้ว หรือร้านกาแฟ All New Papilio แนะนำให้ท่านตามต้องการ

ตอนบ่ายพาเที่ยวไหว้พระ “วัดทุ่งศรีเมือง” ชมหอไตรกลางน้ำ เป็นหอเก็บพระไตรปิฎกสร้างจากไม้ทรงเรือนไทยภาคกลาง ตั้งอยู่กลางสระน้ำ เป็นศิลปะการผสมผสานของ ไทย ลาว พม่า ผนังเป็นฝาไม้แบบเรียบ มีเครื่องสับฝาแบบฝาปะกน ภายในมีตู้เก็บพระธรรมลงรักปิดทอง หลังคาเป็นทรงจั่วด้วยศิลปะไทยผสมกับพม่า มีช่อฟ้าใบระกา นาคสะดุ้งและหางหงศ์ หลังคามี 2 ชั้น ลวดลายแกะสลักบนหน้าบรรณทั้ง 2 ด้านเป็นศิลปะแบบลาว บริเวณปะกนด้านล่างมีลวดลายแกะสลักเป็นรูปสัตว์ประจำราศีต่างๆ ทวยไม้ค้ำยันชายคาซึ่งสลักเป็นรูปเทพพนมที่บริเวณด้านหน้าประตู 2 ตัว นอกนั้นเป็นรูปพญานาคโดยรอบ

สักการะพระเจ้าใหญาอินแปง “วัดมหาวนาราม” หรือ “วัดป่าใหญ่” วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง สร้างเมือปี พ.ศ.2350 โดยพระครูสีสัทธรรมวงศา กราบไหว้พระเจ้าใหญ่อินแปงพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพนับถือสักการะของชาวอุบลฯ

พาซื้อของฝากจากอุบล เช่น ขนม หมูยอ เส้นก๋วยจั๊บ และผ้าไหม ของที่ระลึก ณ คาเฟ่ คำปุณ

จากนั้น ส่งท่านที่สนามบิน เพื่อกลับกรุงเทพโดยสวัสดีภาพ และความประทับใจ

ราคา

  1. 5,400 บาท / รถตู้พร้อมคนขับ 3 วัน (นั่งได้ 9 ท่าน)
  2. บริการ ไม่เกินวันละ 10 ชม. ต่อวัน เพื่อความปลอดภัยของคณะ 


ราคาไม่รวม

  1. น้ำมันเติมเองตามจริง เริ่มต้นทริปจากออฟฟิศอุบลราขธานี
  2. ราคาไม่รวมภาษีมูลเพิ่ม
  3. ราคาไม่รวมโรงแรมคนขับ
  4. ค่าโรงแรม จัดให้ตามงบประมาณของท่าน + ค่าบริการจอง 500 บาท
  5. หัวหน้าทัวร์ วันละ 1,500 บาท
  6. ค่าอาหาร จัดให้ตามงบประมาณของท่าน
  7. ค่าเข้าชมสถานที่ จัดให้ตามงบประมาณของท่าน

การจองและจ่ายเงิน

หลังจากท่านจ่ายเงินผ่าน บัญชีธนาคารของบริษัท หรือ คลิกจ่ายเงินออนไลน์แล้ว กรุณาส่งชื่อบริษัท สำหรับออกใบแจ้งหนี้ และใบกำกับภาษีมาที่ เบญจมาศ เกียรติดำรง  (หมวย) โทร 081-566-2214 benjamas.seeyouagain@gmail.com  LINE http://line.me/ti/p/~muay_milk

 


 

ความเป็นมา บ้านชีทวน

จากการคันพบทางโบราณคดี มีหลักฐานยืนยันว่า เมื่อประมาณ 3,000 ปีมาแล้ว ดินแดนอันเป็นที่ตั้งของท้องถิ่นตำบลชีทวนนี้ เคยเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนยุคสมัยเจนละ ซึ่งอาณาจักรเจนละเคยมีศูนย์กลางอำนาจอยู่บริเวณรอบแอ่งสุวรรณภูมิ ความเจริญของอาณาจักรเจนละได้แผ่ขยาย และเคลื่อนย้ายมาตามสายน้ำมูลและน้ำชี จึงเกิดชุมชนต่างๆ ขึ้นหลายแห่งตามลุ่มน้ำทั้งสองฝั่งนี้ รวมทั้งบริเวณที่เป็นที่ตั้งของบ้านชีทวนด้วย

บ้านชีทวนเดิมเป็นถิ่นของพวกขอมซึ่งเป็นนครแห่งหนึ่งชื่อ ''นครลำดวน'' ผู้เรียบเรียงบอกว่าย้ายมาจาก ''นครหลวงพระบาง'' ซึ่งเขียนเป็นภาษาลาวเดิมฉบับของพระอุบปังญะแปลเป็นภาษาขอมเมืองลานช้างว่า วัดสวนตาลหรือวัดทุ่งศรีวิไลเป็นอุทยานของพระเกษตราธิราช ผู้ครองนครลำดวน

โดยสวนนี้ทางทิศเหนือ จด โนนพริก (บ้านมะพริก) ทิศตะวันออก จด คำดูน (บ้านหัวดูน) ทิศตะวันตก จด หนองฮีราด ทิศใต้ จด กำแพงหลวง (กำแพงรอบเมือง)

ต่อมานครลำดวนล้างไป พระประทุมเวทาเจ้าเมืองอุบลฯ จึงให้ท้าวโหงนคำ พร้อมราษฎร 150 ครัวเรือน เดินทางขึ้นมาตามลำน้ำชีเพื่อสร้างเมืองใหม่มาถึงโนนลำดวนช้าง (นครลำดวน) เห็นเมืองปรักหักพังมีหัวหน้าขอมนั่งเฝ้าอยู่ ท้าวโหงนคำจึงเข้าไปสอบถามว่าเป็นเมืองเก่า

ขอมจึงเชิญท้าวโหงนคำสร้างเมือง ณ แห่งนี้ ปีพ.ศ. 2324 ได้ลงหลักปักเสาเป็นปฐมฤกษ์และตั้งชื่อเมืองว่า ''ซีซ่วน'' และเปลี่ยนเป็น ชีทวน ในปัจจุบัน