ทัวร์ส่วนตัวอุบล เดินป่า ชมความงามของ ภูจองนายอย (2 วัน 1 คืน)

จริงๆ ก็เที่ยวได้ทั้งปี แล้วแต่คุณชอบเดินป่าเส้นทางไหน ภูจองนายอย มีความอุดมสมบูรณ์ และสวยงาม แต่เส้นทางไม่อยู่ในกลุ่มที่เที่ยวไฮไลต์หลักของอุบล คุณต้องเลือกมาเที่ยวเจาะจงเส้นนี้เลย หรือเหมาะกับคนเที่ยวอุบลรอบสอง

วันแรก - รับท่านที่สนามบิน - อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย 

รับท่าน ณ สนามบิน หรือจุดกำหนด พาไหว้พระในจังหวัดอุบลราชธานี ได้แก่ วัดป่าใหญ่ วัดทุ่งศรีเมือง ซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองชาวอุบลราชธานี

จากนั้นออกเดินทางไปอุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอบุณฑริก อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี ที่นี่เป็นเทือกเขาแหล่งต้นน้ำของลำน้ำลำห้วยที่สำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี 


จุดเด่นที่สุดของการเดินทางมาเที่ยวที่ภูจองนายอย คือ การได้มาชมความงามของ "น้ำตกห้วยหลวง" หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "น้ำตกถ้ำบักเตว" เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ เป็นหน้าผาหินที่มีน้ำกระโจนตกจากที่สูงลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง มีความสูงประมาณ 40 เมตร ใต้หน้าผานั้นมีซอกหินที่คุณสามารถเดินลงไปชมน้ำตกได้อย่างใกล้ชิด โดยจะมองเห็นสายน้ำไหลผ่านด้านหน้า เหมือนน้ำฝนตกจากชายคา บริเวณแอ่งน้ำด้านล่างน้ำตกสามารถลงเล่นน้ำได้ด้วย กระแสน้ำที่ไหลตกจากที่สูงทำให้เกิดเป็นหาดทรายขนาดย่อม ซึ่งแวดล้อมด้วยป่าไม้ที่ร่มรื่น นับเป็นหาดทรายกลางป่าที่สวยงามไม่เหมือนที่ใดๆ

น้ำตกห้วยหลวงจะสวยงามมากที่สุดในช่วงปลายฝนต้นหนาว หากเป็นช่วงหน้าฝน (มิถุนายน - พฤษภาคม) จะมีปริมาณน้ำมากจนเกิดเสียงน้ำตกดังกึกก้องไปทั่วป่าเลยทีเดียว

จากแอ่งน้ำด้านล่างน้ำตกห้วยหลวง คุณสามารถเดินเลาะไปตามลำธารเพื่อไปชม "น้ำตกประโอนละออ" ระยะทางเพียง 100 เมตรเท่านั้น หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า น้ำตกจุ๋มจิ๋ม เป็นน้ำตกที่อยู่ต่อจากน้ำตกห้วยหลวง เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่สวยงาม สายน้ำไหลตกจากหน้าผาไม่สูงนัก แต่ด้านหน้ากว้าง มีแอ่งน้ำที่เหมาะสำหรับลงเล่นและนวดตัวด้วยสายน้ำ นอกจากนี้ยังมีสภาพป่าที่ร่มเย็นอีกด้วย

สำหรับจุดพักผ่อนเล่นน้ำที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งอยู่ที่ "แก่งกะเลา" ซึ่งมีลักษณะเป็นลำธารหินไหลแยกเป็น 2 สาย ทำให้เกิดเป็นเกาะเล็กๆ กลางลำธาร ซึ่งทางอุทยานฯ ได้จัดสถานที่เป็นจุดนั่งพักผ่อน เหมาะกับการปิกนิกริมน้ำ จากแก่งกะเลามีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะสั้น ชมพรรณไม้ไปจนถึงแก่งสนสามพันปี บริเวณแก่งสนสามพันปีนี้ เป็นจุดที่สามารถล่องแพไม้ไผ่ชมแมกไม้ริมคลอง ซึ่งคุณสามารถติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทางและแพไม้ไผ่ได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

นอกจากการเดินทางไปกลับเพื่อมาชมน้ำตกห้วยหลวง เที่ยวแก่งกะเลาแล้ว ในช่วงเดือน กันยายน-ตุลาคม ยังเป็นช่วงที่ดอกไม้บนลานหินจะเริ่มบาน ซึ่งหากเดินทางมาในช่วงนี้นับว่าคุ้มค่า เพราะจะได้เห็นน้ำตกห้วยหลวงที่มีสายน้ำสวยงาม และทุ่งดอกไม้ป่าจำพวก ดอกกระดุมเงิน กระดุมทอง สร้อยสุวรรณา ดุสิตา มณีเทวา และสรัสจันทร์มากมาย จุดที่พบทุ่งดอกไม้บนลานหินได้แก่บริเวณพลาญหินป่าชาด และพลาญกงเกวียน ถัดขึ้นไปอีกจะเป็นเนินเขาคือจุดชมทิวทัศน์ที่สามารถชมพระอาทิตย์ตกได้อย่างงดงามด้วย


สภาพภูมิอากาศของอุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย จัดเป็น 3 ฤดู ฤดูฝน เริ่มราวเดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน ฤดูหนาว เริ่มราวเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ฤดูร้อน เริ่มราวเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ซึ่งอากาศโดยทั่วไปไม่ร้อนจัดเย็นสบายตลอดทั้งปี โดยช่วงฤดูหนาวมีอากาศที่เย็นมากอีกครั้งหนึ่ง


นอกจากนี้ยังมี "แก่งลำดวน" เป็นแก่งหินธรรมดาแต่มีความพิเศษที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen in Thailand เพราะเป็นจุดดูกุ้งเดินขบวนที่จะมีให้เห็นในตอนกลางคืน ระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายนเท่านั้น นับว่าเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ไม่น่าพลาดชม จริงๆ


อากาศโดยทั่วไป เย็นสบายตลอดทั้งปี โดยในช่วงฤดูหนาว อากาศที่ภูจอง-นายอยจะเย็นมาก แต่ในเดือนแห่งความรัก กุมภาพันธ์ แม้น้ำตกจะไม่มากนัก และไม่มีกุ้งให้เดินดู แต่เดินชมป่า ธรรมชาติชิวชิว และกางเต้นท์ นอน ก็คงโรแมนติก จนน้ำตาลตอมแล้วนะคะ ^_^

ค้างคืนที่บ้านพักอุทยาน (อุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว)

วันที่ 2 ของทริป

ใช้เวลาชื่นชมธรรมชาติ และเดินป่าตามที่ท่านต้องการ จากนั้นตอนเย็น พาเดินทางกลับ อ. เมืองอุบลราขธานี และส่งท่าน ณ จุดกำหนด โดยในวันนี้ ท่านสามารถเลือก เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ในอุทยานได้ดังนี้

1.เส้นทางเดินป่าน้ำตกห้วยหลวง มีระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร อยู่บริเวณน้ำตกห้วยหลวง การเดินจะเริ่มจากบริเวณลานจอดรถยนต์ ผ่านป่าดิบแล้งริมห้วยหลวง ซึ่งเป็นสายธารของน้ำตกห้วยหลวง สิ้นสุดที่บริเวณหลังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 


2.เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติสามพันปี มีระยะทางประมาณ 3.5 กิโลเมตร เป็นเส้นทางเดินป่าที่ผ่านสภาพป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และพันธุ์ไม้ดอกหลากชนิด เป็นบริเวณที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก เริ่มจากผลาญป่าชาดไปสิ้นสุดที่น้ำตกห้วยหลวง


3.เส้นทางการเดินป่าศึกษาธรรมชาติแก่งศิลาทิพย์ ระยะทาง 2.9 กิโลเมตร ผ่านป่าหลากหลายชนิด ทั้งป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และทุ่งดอกหญ้านามพระราชทานต่างๆ เริ่มจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ไปสิ้นสุดที่แก่งศิลาทิพย์

(รายการนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม )

ราคา

  • 3,600 บาท / รถตู้พร้อมคนขับ 1 วัน (นั่งได้ 9 ท่าน)
  • บริการไม่เกินวันละ 10 ชม. ต่อวันเพื่อความปลอดภัยของคณะ 

 

ราคาไม่รวม

  • น้ำมันเติมเองตามจริงเริ่มต้นทริปจากออฟฟิศอุบลราขธานี
  • ราคาไม่รวมภาษีมูลเพิ่ม
  • ราคาไม่รวมโรงแรมคนขับ
  • ค่าโรงแรมจัดให้ตามงบประมาณของท่าน + ค่าบริการจอง 500 บาท
  • หัวหน้าทัวร์วันละ 1,500 บาท
  • ค่าอาหารจัดให้ตามงบประมาณของท่าน
  • ค่าเข้าชมสถานที่ จัดให้ตามงบประมาณของท่าน